งานกิจการต่างประเทศ

งานกิจการต่างประเทศ

1.1 ดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยขออนุมัติเดินทางไปราชการต่างประเทศ การอนุมัติและการจัดทำหนังสือเดินทางราชการและการขอมีหนังสือนำขอรับการตรวจลงตรา

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและจัดการประชุมของทางราชการพ.ศ.2524 หมวดที่ 1ส่วนที่ 2 การเดินทางไปราชการต่างประเทศข้อ 13 ระบุว่าให้ผู้บังคับบัญชาดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการเดินทางไปราชการต่างประเทศ (3) ปลัดกระทรวงสำหรับการเดินทางของข้าราชการ และลูกจ้างทุกตำแหน่งในสังกัดกระทรวงหรือทบวง

1.2 จัดเตรียมการต้อนรับประมุขต่างประเทศ หรือบุคคลสำคัญที่มาเยือนประเทศไทย การจัดเลี้ยงรับรองแขกต่างประเทศผู้มีเกียรติ การอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างประเทศในด้านต่างๆ การเข้าเยี่ยมคารวะของแขกต่างประเทศกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย

± การเตรียมการต้อนรับประมุขต่างประเทศ หรือบุคคลสำคัญที่มาเยือนประเทศไทย
การจัดเลี้ยงรับรองแขกต่างประเทศผู้มีเกียรติ การอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างประเทศในด้านต่างๆ

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับงานด้านต่างประเทศ ด้วยการดำเนินนโยบายในเชิงรุก  โดยมุ่งส่งเสริมและขยายสัมพันธไมตรี และความร่วมมือกับนานาประเทศในมิติต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีโลก  ดังนั้น ผู้นำของต่างประเทศ จึงเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งการเยือนดังกล่าวมีทั้งการเยือนอย่างเป็นทางการของประมุขของรัฐ (State Visit) ในฐานะแขกของรัฐบาล (Office Visit) เยือนเพื่อเจรจาการทำงาน (Working Visit) เยือนโดยส่วนตัว (Private Visit) และอื่นๆ

± การเข้าเยี่ยมคารวะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย

เป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่ง  เนื่องจากเป็นโอกาสที่คณะ/ผู้แทนจากต่างประเทศจะได้ทำความรู้จักกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ใกล้ชิดและหารือในประเด็นต่างๆ  เพื่อใช้เป็นช่องทางในการเชื่อมความสัมพันธ์ในอนาคต  อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์บทบาทการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยให้เป็นที่รู้จักของนานาประเทศ ทำให้ประเทศที่มีความพร้อมในด้านต่างๆ อาจเสนอให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงมหาดไทยสำหรับกระบวนการเข้าเยี่ยมคารวะและการหารือข้อราชการประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

          1) การนัดหมาย 
          2) การกำหนดรูปแบบของการหารือ 
          3) การจัดที่นั่ง 
          4) การจัดเตรียมข้อมูล หรือ ประเด็นในการหารือ 
          5) การจดบันทึกข้อราชการ 
          6)การบันทึกภาพ  
          7)การมอบของที่ระลึก

1.3 ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องหน่วยงานรัฐบาล/ ชาวต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย   เช่น

± ชาวต่างประเทศที่มีคดีเกิดขึ้นในประเทศไทย (สูญหาย ตาย กระทำผิดในไทย)


กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กรมตำรวจ เมื่อปี พ.ศ. 2538) เพื่อให้การปฏิบัติตามความร่วมมือระหว่างประเทศของอนุสัญญากรุงเวียนนา ค.ศ. 1963 เกี่ยวกับการแจ้งคนสัญชาติต่างๆให้สถานทูต/สถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย ได้ทราบในกรณีต่าง ๆ ดังนี้

           (1) กรณีที่มีชาวต่างชาติถูกจับกุม  ควบคุมตัว หรือเสียชีวิต โดยขอให้ประสานสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย นั้นๆ ทราบ โดยทันทีทุกกรณีภายใน 24 ชั่วโมง
           (2) กรณีไม่มีสถานเอกอัครราชทูต  สถานกงสุลต่างประเทศของบุคคลในสัญชาตินั้นๆ ประจำประเทศไทย  ขอให้แจ้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศทราบโดยทันทีทุกกรณี  เพื่อจักได้ประสานแจ้งประเทศนั้น ๆ  ทราบต่อไป  ซึ่งในทางปฏิบัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรายงานมาที่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการต่างประเทศ

± เรือรบ/ ลูกเรือต่างประเทศมาเยือนประเทศไทย


กระทรวงมหาดไทยซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในได้รับการประสานแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศ  ในการประสานข้อมูลเพื่อแจ้งให้หน่วยงานในพื้นที่ของจังหวัดทราบเพื่อการดูแลและรักษาความปลอดภัย ในกรณีที่มีเรือรบและเจ้าหน้าที่ประดับเรือเดินทางมาแวะพักหรือร่วมซ้อมรบกับทหารในพื้นที่ที่จังหวัดดูแลรับผิดชอบ

± การตรวจสอบข้อเท็จจริง/ คดีร้องเรียนและขอความเป็นธรรมของชาวต่างประเทศ

กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานดูแลด้านความมั่นคงภายในจะได้รับหนังสือขอให้พิจารณาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ  การร้องเรียนและขอความเป็นธรรมของชาวต่างชาติ  รวมทั้งการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน  อาทิ  การขอให้ตรวจสอบสัญชาติ  การขอให้พิจารณาอำนวยความสะดวกในการเดินทาง/ อยู่ต่อในราชอาณาจักร  การขอให้ตรวจสอบเหตุอันละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นต้น
 
1.4

การดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย

1)  พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
   กระทรวงมหาดไทยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ในการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยต่างๆ เกี่ยวกับกระบวนการเข้าเมือง อาทิ การทบทวนพิธีการและกระบวนการเข้าเมืองของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ  โดยจะพิจารณาประเทศที่สมควรได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา (Non Visa) และที่สามารถขอรับการตรวจลงตรา ณ   ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival)  การกำหนดที่ตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองและช่องทางให้บุคคลเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรและกำหนดให้บุคคล  หรือพาหนะที่จะเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเป็นต้น


การร่วมพิจารณาร่างกฎหมายฯ ที่เกี่ยวข้อง
 

กระทรวงมหาดไทย โดยกองการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ  ซึ่งเสนอโดยกระทรวงต่างๆ  อาทิ  การแก้ไข  พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522  (ฉบับที่...) พ.ศ. ...(เสนอโดยกระทรวงยุติธรรม)  , ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวเดินทางผ่านราชอาณาจักร  (Transit Passenger)  เข้ามาท่องเที่ยวระยะสั้นในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ , การขอผ่อนผันกฎระเบียบของการออกวีซ่าแก่นักท่องเที่ยว กัปตัน  และลูกเรือชาวต่างชาติที่เดินทางมาทางเรือสำราญประกาศกระทรวงมหาดไทย  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ  และ เรื่อง  การยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวแก่คนต่างด้าวเป็นการชั่วคราว

ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย
การอำนวยความสะดวกในการเข้าเมืองที่อยู่ระหว่างการพิจารณา  กระทรวงมหาดไทยได้เข้าร่วมพิจารณาความเหมาะสมในการดำเนินการทบทวนพิธีการและกระบวนการเข้าเมืองของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ  ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเรื่องต่างๆ ดังนี้

          (1) การยกเว้นการตรวจลงตรา
          (2) การยกเว้นการตรวจลงตราเดียว

การพิจารณาความร่วมมือในลักษณะการตรวจลงตราเดียว ได้แก่ การจัดทำการตรวจลงตราเดียวตามกรอบ ACMECS (ACMECS Single Visa) (ไทย – กัมพูชา – ลาว – พม่า – เวียดนาม) การจัดทำการตรวจลงตราเดียวระหว่างประเทศในอาเซียน   การจัดทำการตรวจลงตราเดียว   ระหว่างไทย – สิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาความร่วมมือฯ

2) ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. ....สำนักงานอัยการสูงสุดได้เสนอร่าง พรบ.ป้องกันและปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. ...  ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา  ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว  กองการต่างประเทศได้ดำเนินการประสานหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงมหาดไทย (สำนักกฎหมาย สป. และกรมการปกครอง) ให้พิจารณาเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ  และได้รวบรวมจัดทำเป็นคำชี้แจงเสนอต่อคณะรัฐมนตรี  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
 

1.5

การปฏิบัติงานด้านความมั่นคง

1) กรณีบุคคลต้องห้ามเข้าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (
Blacklist)

การไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร  เป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันอาชญากรรม  โดยแต่ละประเทศจะดำเนินการสกัดกั้นมิให้บุคคลต่างด้าวเข้ามากระทำความผิดในประเทศ ซึ่งโดยทั่วไป สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 12 (7) และ (8) แห่ง พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ในการไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร  และ หากเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องห้ามการเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด จะเสนอเรื่องมาที่กระทรวงมหาดไทย  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  จะใช้อำนาจตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง  พ.ศ. 2522  เพื่อไม่ให้มีการอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งถือเป็นคำสั่งเด็ดขาดในการไม่ให้บุคคลนั้นเข้าประเทศได้  นอกจากนี้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   ยังมีอำนาจในการพิจารณากรณีบุคคลต่างด้าวอุทธรณ์คำสั่งห้ามเข้าประเทศตามมาตรา 22 ด้วย  สำหรับการดำเนินการ  กระทรวงมหาดไทยจะรับเรื่องที่เสนอโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และพิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบความถูกต้องของงานด้านเอกสารก่อนประมวลเรื่องนำเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อมีความเห็นเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย  หรือพิจารณาการอุทธรณ์

2
) ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคง

กองการต่างประเทศ สป.มท. ได้เข้าร่วมพิจารณาการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคงกับประเทศต่างๆ ทั้งการเข้าร่วมการประชุม การร่วมเป็นคณะกรรมการ/ อนุกรรมการชุดต่างๆ รวมทั้งได้ร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นต่อการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับต่างประเทศ  ดังนี้


กรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง ในลักษณะทวิภาคี


ในห้วงปี 2552 มีการดำเนินการด้านการต่างประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงในลักษณะทวิภาคี เช่น การเข้าร่วมประชุมหารือเตรียมการสำหรับการประชุมคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับอินเดีย ครั้งที่ 6 , การเข้าเป็นคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศไทยกับสหพันธรัฐรัสเซีย  และ  การเข้าร่วมเป็นคณะทำงานร่วมว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงไทย – เวียดนาม  เป็นต้น


กรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง ในลักษณะพหุภาคี


ในห้วงปี 2552 มีการดำเนินการด้านการต่างประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง ในลักษณะพหุภาคีไม่มากนัก  ซึ่งความร่วมมือที่สำคัญ  อาทิ การพิจารณาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเกี่ยวกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศและการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น