สถานการณ์ความสัมพันธ์ด้านกัมพูชา

สถานการณ์ความสัมพันธ์ด้านกัมพูชา

การเมืองภายในของกัมพูชายังคงไร้เสถียรภาพเช่นเดิม การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่กลางปี 2546 พรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค ที่ได้รับการเลือกตั้ง คือ พรรคประชาชนกัมพูชา พรรคฟุนซินเปค และพรรคสมรังสี ยังไม่สามารถตกลงกันได้ในการที่จะจัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลรักษาการปัจจุบันจึงมีภารกิจที่สำคัญคือการรักษาความมั่นคงทางการ เมือง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้มีความมั่นคงจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้น บริหารประเทศได้สำเร็จ ภาวะชะงักงันทางการเมืองได้ส่งผล ในทางลบต่อกัมพูชาอย่างมาก โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในสายตาของประชาคมระหว่างประเทศความชะงัก งันทางการเมืองซึ่งรวมถึงสภาแห่งชาติที่ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่งผลให้กัมพูชายังไม่สามารถดำเนินกระบวนการด้านนิติบัญญัติที่สำคัญๆ ในบางเรื่องได้ อาทิ การให้สัตยาบันกฎหมายต่าง ๆ เพื่อเข้าเป็น WTO ซึ่งตามกำหนดเดิม กัมพูชาจะต้องจัดการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม 2547 รวมทั้งการให้สัตยาบันจัดตั้งศาลกฎหมายพิเศษเพื่อพิจารณาคดีเขมรแดง เป็นต้น สภาพเศรษฐกิจของกัมพูชา ยังคงอยู่ในลักษณะทุนนิยมแบบพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ รัฐบาลจึงใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ และพยายามแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยมีทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานราคาถูกเป็นสิ่งดึงดูด

ปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาที่เรื้อรังมานานมีสาเหตุจากปัญหาภายในของกัมพูชา ได้แก่ ความยากจน รวมทั้งปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากรที่ค่อนข้างสูง ปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ยาเสพติด และการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ได้แก่ การลักลอบส่งรถที่โจรกรรมในไทยข้ามไปขายในกัมพูชา การเข้ามาปล้นและจับกุมราษฎรไทยตามแนวชายแดนไปเรียกค่าไถ่ ปัญหาการลักลอบเข้าไทยโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาเพื่อมาทำงาน ปัญหาอาชญากรรมตามแนวชายแดน การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ปัญหาการลักลอบค้าอาวุธสงคราม ปัญหาบ่อนการพนันที่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องยาเสพติด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรือประมงไทยลักลอบเข้าไปจับปลาในน่านน้ำกัมพูชา และปัญหาเขตแดน (ซึ่งดูจะไม่มีความคืบหน้ามากนัก แต่ก็ไม่ร้ายแรง)

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ชะงักลงชั่วคราว นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เผาสถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานประกอบการของคนไทยในกรุงพนมเปญ ได้รับการฟื้นฟูจนกลับเข้าสู่ระดับปกติ เห็นได้จากการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย – กัมพูชา ซึ่งประสบความสำเร็จ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือในเรื่องต่าง ๆ กว่า 20 เรื่อง ครอบคลุม 5 สาขา รวมทั้งได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ และเอกสารความร่วมมือสาขาต่าง ๆ รวม 7 ฉบับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่เพิ่มพูนขึ้น อีกทั้งกัมพูชายังได้ร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี–เจ้าพระยา–แม่โขง(AYERAWADY – CHAO PHRAYA – MEKONG ECONOMIC COOPERATION STRATEGY (ACMECS)) และโครงการความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกตให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ในระดับท้องถิ่น รัฐบาลไทยได้สนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายได้มีการพบปะหารือกัน