ข้อมูลเกี่ยวกับจุดผ่านแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อมูลเกี่ยวกับจุดผ่านแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ประเภทของจุดผ่านแดน

ประเภทของจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

1. จุดผ่านแดนถาวร

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศ นักท่องเที่ยว และยานพาหนะ สามารถสัญจรไปมาเพื่อการค้า การท่องเที่ยว และอื่น ๆ โดยได้รับความเห็นชอบจาก รัฐบาลของทั้งสองประเทศ โดยในส่วนของประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนถาวรทั่วประเทศอยู่ทั้งสิ้น 28 แห่ง

2. จุดผ่านแดนชั่วคราว

เป็นการเปิดเพื่อผ่อนผันให้มีการผ่านแดนได้ เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะภายในห้วงเวลาที่กำหนดไว้แน่นอนเฉพาะกิจ ไม่มีผลกระทบด้านความมั่นคงปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเวลา หรือบรรลุวัตถุประสงค์แล้วจะปิดจุดผ่านแดนทันที่ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวตามความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนชั่วคราวเพียง 1 แห่ง ที่ชายแดน ด้านพม่า (ด่านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี)

3. จุดผ่อนปรนเพื่อการค้า

มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านด้านมนุษยธรรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ของประชาชนในระดับท้องถิ่น เพื่อการผ่อนปรนให้มีการค้าขายสินค้าอุปโภค – บริโภค และยารักษาโรคที่จำเป็น ซึ่งระดับท้องถิ่นของทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกัน ทั้งนี้ การประกาศเปิดจุดผ่อนปรนเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทยก่อนด้วย ปัจจุบันมีจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าทั่วประเทศทั้งสิ้น 39 แห่ง


 

การเดินทางเข้า-ออก ณ จุดผ่านแดน

การเดินทางเข้าออก ณ จุดผ่านแดน ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
ประเภทของเอกสารที่ใช้ในการเดินทางผ่านแดนของประชาชน ได้แก่

1. หนังสือเดินทาง (PASSPORT) ใช้เดินทางเข้า – ออก ณ จุดผ่านแดนถาวรทุกจุด

2. บัตรผ่านแดน (BORDER PASS) เป็นเอกสารที่ออกให้กับบุคคลที่มีภูมิลำเนาใน พื้นที่ชายแดน เพื่อใช้ในการเดินทางข้ามแดนระหว่างสองประเทศ โดยห้วงเวลาการพำนักและขอบเขตพื้นที่ ที่สามารถเข้าได้ ขึ้นอยู่กับความตกลงที่ทั้งสองฝ่ายที่ได้มีร่วมกัน

3. บัตรผ่านแดนชั่วคราว (TEMPORARY BORDER PASS) เป็นเอกสารที่ออกให้กับบุคคลที่อาศัยนอกพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้ในการเดินทางข้ามแดนระหว่างสองประเทศ โดยห้วงเวลาการพำนักและขอบเขตพื้นที่ที่สามารถเข้าได้ ขึ้นอยู่กับความตกลงที่ทั้งสองฝ่ายที่ได้มีร่วมกัน

4. อื่น ๆ ได้แก่ จดหมายอำนวยความสะดวก (FACILITY LETTER) ซึ่งออกโดย ตม. เป็นการตกลงกันภายในระหว่าง ตม. สองฝ่ายในพื้นที่

ในการเดินทางข้ามแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน “คนสัญชาติของประเทศทีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยเดินทางข้ามพรมแดนไปมาชั่วคราวโดยปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศนั้น” ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 2

รัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหภาพพม่า สปป.ลาว และกัมพูชา โดย รมว.กต. ได้ร่วมลงนาม ในความตกลงว่าด้วยการสัญจรข้ามแดนกับสหภาพพม่า สปป.ลาว และกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2540 วันที่ 20 และ 21 มิ.ย. 2540 ตามลำดับ และมีผลบังคับใช้ 90 วัน หลังวันลงนาม คือในวันที่ 15 ส.ค. 2540 วันที่ 19 และ 20 ก.ย. 2540 ตามลำดับ

ส่วนการเดินทางข้ามแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย เป็นไปตามความตกลงว่าด้วยการจราจรข้ามแดนระหว่างมลายูอังกฤษกับประเทศไทย ค.ศ.1940 (พ.ศ. 2483) ซึ่งปัจจุบันไทยและมาเลเซีย อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงความตกลง ฯ ดังกล่าว โดยคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงความตกลง ฯ ทั้งสองฝ่าย ได้เห็นชอบในร่างความตกลง ฯ แล้ว และเมื่อได้ลงนามร่วมกันโดย รมว.กต. ของทั้งสองประเทศ ก็จะมีผลใช้ร่วมกันต่อไป

ระเบียบปฏิบัติตามความตกลง ฯ สำหรับการเดินทางข้ามแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ มีความแตกต่างในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

ชนิดเอกสารผ่านแดน คนไทย คนมาเลเซีย
หนังสือเดินทาง
(PASSPORT)
- ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศ
- ไม่ต้องใช้ VISA
- อยู่ได้ 30 วัน
- สำหรับคนทั่วไป
- เดินทางได้ทั่วประเทศ
 
- ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศ
- ไม่ต้องใช้ VISA
- อยู่ได้ 30 วัน
- สำหรับคนทั่วไป
- เดินทางได้ทั่วประเทศ
 
บัตรผ่านแดน
(BORDER PASS)
- ออกโดยอำเภอ
- ไม่ต้องใช้ VISA
- อยู่ได้ 7 วัน
- สำหรับคนในพื้นที่ชายแดน
- เดินทางได้ 25 ก.ม. (ในทางปฏิบัติได้ถึง จ.จิตรา รัฐเคดาห์ แต่ไม่ถึงปีนัง)
- ออกโดย ตม.
- ไม่ต้องใช้ VISA
- อยู่ได้ 7 วัน
- สำหรับคนในพื้นที่ชายแดน
- เดินทางได้ 25 ก.ม. (ในทางปฏิบัติได้ถึง อ.หาดใหญ่)
จดหมายอำนวยความสะดวก
(FACILTY LETTER)
- ออกโดย ตม.
- ไม่ต้องใช้ VISA
- อยู่ได้ 3 วัน
- สำหรับข้าราชการและ VIP
- เดินทางได้ถึงรัฐปีนัง เคดาห์และเปอร์ลิส
- ออกโดย ตม.
- ไม่ต้องใช้ VISA
- อยู่ได้ 3 วัน
- สำหรับข้าราชการและ VIP
- เดินทางได้ถึงหาดใหญ่ (เกินกว่าพื้นที่ดังกล่าวจะพิจารณาเป็นกรณีไป) - เพื่ออำนวยความสะดวก
 


 

ประเด็นพิจารณาการขยายเวลา การเปิด-ปิดจุดผ่านแดน

ประเด็นพิจารณาในการเปิด การขยายเวลาเปิด – ปิดจุดผ่านแดน และการยกระดับจุดผ่านแดน

ในการเสนอกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นในการเปิดจุดผ่อนปรน การขยายเวลาเปิด – ปิดจุดผ่านแดน หรือการเปิด/ยกฐานะจุดผ่อนปรนเป็น

จุดผ่านแดนถาวร มท. ได้ให้จังหวัดมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลและประเด็นที่เกี่ยวข้อง และรายงาน มท. เพื่อพิจารณาในประเด็นต่อไปนี้

1. ระดับนโยบาย

- บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่น ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

2. ปัจจัยด้านความมั่นคง

- สภาพเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน ว่ามีความเหมาะสมเพียงใด

- ปัญหาบ่อนการพนันบริเวณจุดผ่านแดน ว่ามีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด

- ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้สัญจรผ่านแดน ว่ามีมากน้อยเพียงใด

3. ความพร้อมในการปฏิบัติงานและกลไกในการแก้ไขปัญหา

- การดำเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ว่าเป็นไปตามความตกลงว่าด้วยการสัญจรข้ามแดน และธรรมเนียมปฏิบัติสากลหรือไม่

- การดำเนินพิธีการศุลกากรและภาษีที่เกี่ยวข้อง ว่ามีความเป็นธรรมและเป็นสากลหรือไม่

- กลไกในการแก้ไขปัญหาท้องถิ่น ระดับจังหวัด/อำเภอ มีหรือไม่

4. ปริมาณการค้า และจำนวนผู้เดินทางผ่านเข้า – ออก

- ปริมาณการค้า/เดือน ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนเฉลี่ยกี่บาท/เดือน

- จำนวนผู้เดินทางผ่านเข้า–ออก ในรอบ 1 ปีผ่านมา มีจำนวนเฉลี่ยกี่คน/เดือน

5. ผลดีและผลเสียหรือผลกระทบของการเปิด การขยายเวลาเปิด – ปิดจุดผ่านแดนหรือการยกระดับจุดผ่านแดน

- ด้านความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นของสองประเทศ จะมีผลกระทบหรือไม่ต่อความสัมพันธ์ - ด้านเศรษฐกิจและสังคม จะมีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร

- ด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดน จะมีผลกระทบในเรื่องใดบ้าง

- ด้านการค้าและการท่องเที่ยว มูลค่าที่ควรจะได้รับเพิ่มขึ้น โดยอาจประมาณการเป็นจำนวนเงิน


 

ข้อบัญญัติตามกฎหมายในการจัดระเบียบจุดผ่านแดนและการเดินทางข้ามแดน ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ ดังนี้

1. มาตรา 5 กำหนดให้ รมว.มท. รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมกับค่าทำการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่เกินอัตราตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. นี้ และกำหนดกิจกรรมอื่นเพื่อปฏิบัติการตาม พ.ร.บ. นี้

2. มาตรา 6 กำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง มี ปมท. เป็นประธาน ผบช.สตม. เป็น กรรมการ และเลขานุการ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 7 - 10

3. มาตรา 11 รมว.มท. มีอำนาจประกาศ (ในราชกิจจานุเบกษา) ช่องทางด่าน ตม. เขตท่า สถานี หรือท้องที่ และกำหนเวลาที่บุคคลต้องเดินทางเข้า – ออกประเทศ ประกาศ(ในราชกิจจานุเบกษา)

4. มาตรา 14 รมว.มท. มีอำนาจประกาศ (ในราชกิจจานุเบกษา) กำหนดให้คนต่างด้าว ที่เข้าประเทศมีเงินติดตัว หรือมีประกันหรือจะยกเว้นภายใต้เงื่อนไข

5) มาตรา 16 รมว.มท. มีอำนาจสั่งไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาในประเทศในกรณีที่มีพฤติการณ์ซึ่งเห็นว่า เพื่อประโยชน์ของประเทศ หรือเพื่อความสงบเรียบร้อย วัฒนธรรม หรือศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน

6) มาตรา 17 รมว.มท. โดยอนุมัติของ ครม. จะอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ใน ราชอาณาจักรภายใต้เงื่อนไขหรือจะยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้ ในกรณีใด ๆ ก็ได้ (เป็นกรณีพิเศษเฉพาะเรื่อง)

7) มาตรา 23 รมว.มท. มีอำนาจประกาศช่องทางด่าน ตม. เขตท่า สถานี หรือท้องที่ กำหนดเวลาเข้า – ออกประเทศของยานพาหนะ

8) มาตรา 40 รมว.มท. โดยอนุมัติของ ครม. มีอำนาจประกาศกำหนดจำนวนคนต่างด้าว ซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในประเทศเป็นรายปี แต่ไม่เกินประเทศละ 100 คนต่อปี และสำหรับคนไร้สัญชาติไม่เกิน 50 คนต่อปี

9) มาตรา 53 รมว.มท. มีอำนาจเพิกถอนการอนุญาตให้บุคคลต่างด้าวมีถิ่นที่อยู่ในประเทศ


 

ข้อมูลจุดผ่านแดนทั่วประเทศ